ตัวอย่าง (PREVIEW) – ยังไม่เผยแพร่ · noindex
ข้ามไปยังเนื้อหา
Dr. Kris Clinic K+ logoDr. Kris ClinicSurat Thani
หน้าแรก › คลังความรู้ HIV
HIV: การรักษาและการใช้ชีวิต

ยาต้าน HIV และสูตร TLD: กินอย่างไร ลืมกินทำอย่างไร ผลข้างเคียงที่ควรรู้

รู้จักกลุ่มยาต้านไวรัส สูตร TLD ที่ใช้เป็นสูตรแรกในประเทศไทย วิธีกินให้ได้ผล การจัดการเมื่อลืมกินยา ยาที่ห้ามกินใกล้กัน และผลข้างเคียงที่ควรสังเกต

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ ตรวจทานโดย นพ. กฤดา เอื้อกฤดาธิการ, วว. เวชศาสตร์ครอบครัว ตรวจทานเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 อ่าน ~9 นาที
ภาพประกอบ: กล่องใส่ยารายสัปดาห์ แก้วน้ำ และนาฬิกาบนโต๊ะ สื่อถึงการกินยาตรงเวลา
ภาพประกอบสร้างด้วย AI บุคคลและสถานที่เป็นภาพสมมติ
สรุปสั้น ๆ
  • TLD = tenofovir disoproxil fumarate (TDF) 300 มก. + lamivudine (3TC) 300 มก. + dolutegravir (DTG) 50 มก. ในเม็ดเดียว กินวันละ 1 ครั้ง พร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ [1],[2]
  • ยาลดกรด แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินรวม ลดการดูดซึม dolutegravir ต้องเว้นระยะตามคำแนะนำ [3],[4]
  • ผลข้างเคียงช่วงแรกมักไม่รุนแรงและดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ ระยะยาวติดตามการทำงานของไตและน้ำหนักตัว [5],[4]
  • ยาสูตร 3 ตัว เช่น TLD ใช้รักษา HIV และใช้เป็นยา PEP หลังสัมผัสเชื้อได้ แต่ไม่ใช่ยา PrEP [1],[2]

ยาต้านไวรัสมีกี่กลุ่ม

ยาต้านไวรัสแบ่งตามตำแหน่งที่ยับยั้งวงจรชีวิตของ HIV กลุ่มที่ใช้บ่อย ได้แก่ [4],[6]

กลุ่มยาหลักการทำงานตัวอย่าง (ชื่อสามัญ)
NRTI (nucleoside/nucleotide reverse transcriptase inhibitor)ขัดขวางการสร้างสารพันธุกรรมของไวรัสtenofovir (TDF/TAF), lamivudine, emtricitabine
INSTI (integrase strand transfer inhibitor)ป้องกันไม่ให้ไวรัสแทรกสารพันธุกรรมเข้าเซลล์dolutegravir, bictegravir, cabotegravir
NNRTI (non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor)จับเอนไซม์ reverse transcriptase โดยตรงefavirenz, rilpivirine
PI (protease inhibitor)ทำให้ไวรัสประกอบตัวใหม่ไม่สมบูรณ์darunavir, atazanavir (มักใช้ร่วมกับ ritonavir)
Capsid inhibitorรบกวนเปลือกหุ้มของไวรัสlenacapavir (ใช้ในบางกรณี เช่น เชื้อดื้อยาหลายขนาน)

TLD คืออะไร ทำไมเป็นสูตรแรก

TLD ย่อมาจากชื่อยาทั้ง 3 ตัว คือ tenofovir disoproxil fumarate, lamivudine และ dolutegravir เป็นยาเม็ดรวมกินวันละครั้ง WHO แนะนำสูตรที่มี dolutegravir เป็นสูตรแรกที่ต้องการ (preferred first-line) และแนวทางของประเทศไทยใช้ TLD เป็นสูตรหลักสำหรับผู้ใหญ่และวัยรุ่นส่วนใหญ่ [2],[1] จุดเด่นคือกดไวรัสได้เร็ว ไวรัสดื้อยายาก กินง่าย และใช้ได้ในผู้ที่ตั้งครรภ์ [2],[7]

ผู้ที่มีปัญหาไตหรือกระดูก แพทย์อาจเลือกสูตรที่ใช้ tenofovir alafenamide (TAF) แทน TDF หรือสูตรอื่นตามผลตรวจ ประวัติยา และยาที่กินร่วม [6],[4]

วิธีกินให้ได้ผล

ยาและแร่ธาตุที่ต้องเว้นระยะ: ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือแมกนีเซียม ยาระบาย แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินรวม จับกับ dolutegravir ทำให้ดูดซึมลดลง โดยทั่วไปให้กิน TLD ก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลัง 6 ชั่วโมง (แคลเซียมหรือเหล็กอาจกินพร้อมกันได้ถ้ากินพร้อมอาหาร) ควรถามเภสัชกรเป็นรายกรณี [3],[4]

ยาที่มีปฏิกิริยาสำคัญ: ยารักษาวัณโรค rifampicin ทำให้ต้องเพิ่ม dolutegravir อีก 1 เม็ดห่างกัน 12 ชั่วโมง ยาเบาหวาน metformin อาจต้องปรับขนาด ยากันชักบางชนิดและสมุนไพร St John's wort ลดระดับยา ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งที่ได้รับยาใหม่ [1],[3]

ลืมกินยาทำอย่างไร

กินทันทีที่นึกได้ แล้วกินมื้อถัดไปตามเวลาปกติ แต่ถ้านึกได้เมื่อใกล้เวลามื้อถัดไปแล้ว (เอกสารกำกับยา dolutegravir ระบุไว้ที่น้อยกว่าประมาณ 4 ชั่วโมง) ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป ห้ามกิน 2 เม็ดพร้อมกันเพื่อชดเชย [3] ถ้าลืมบ่อยหรือขาดยาหลายวัน ควรแจ้งแพทย์ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ เพราะทีมดูแลมีหน้าที่ช่วยหาวิธีที่เหมาะกับชีวิตของคุณ

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

ช่วงแรก (2–4 สัปดาห์): คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ถ่ายเหลว นอนไม่หลับหรือฝันชัด มักดีขึ้นเอง บางคนเปลี่ยนเวลากินยาเป็นตอนเช้าแล้วนอนหลับดีขึ้น [4]

ระยะยาว: TDF อาจกระทบการทำงานของไตและความหนาแน่นของกระดูกในบางคน จึงตรวจไตและปัสสาวะเป็นระยะ dolutegravir ทำให้ค่า creatinine ในเลือดสูงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ได้ทำลายไตจริง และสูตรที่มี dolutegravir สัมพันธ์กับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในบางคน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ TAF [5],[4]

ควรพบแพทย์ทันทีถ้า: มีผื่นรุนแรงร่วมกับไข้ ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อารมณ์เศร้ามากหรือคิดทำร้ายตนเอง

การตั้งครรภ์: ข้อกังวลเดิมเรื่องความผิดปกติของท่อประสาทในทารกจากการศึกษา Tsepamo ลดลงเมื่อติดตามข้อมูลมากขึ้น ความเสี่ยงต่ำมาก WHO จึงแนะนำ dolutegravir สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ด้วย [7],[2]

ยาสูตร 3 ตัวต่างจากยา PrEP และ PEP อย่างไร

ยาเม็ดรวม 3 ตัวที่มี dolutegravir เช่น TLD (tenofovir disoproxil fumarate + lamivudine + dolutegravir) หรือ tenofovir alafenamide + emtricitabine + dolutegravir เป็นสูตรที่ใช้ รักษา HIV และใช้เป็น PEP (post-exposure prophylaxis: ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ) โดยต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงและกินต่อเนื่อง 28 วัน [1],[2]

ส่วน PrEP (pre-exposure prophylaxis: ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) แบบกิน ใช้ยา 2 ตัว คือ tenofovir disoproxil fumarate ร่วมกับ emtricitabine หรือ lamivudine หรือ tenofovir alafenamide ร่วมกับ emtricitabine ในบางกลุ่ม ไม่ใช้ยาสูตร 3 ตัวเป็น PrEP [1],[6] อ่านเพิ่ม: PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร และ เริ่ม PEP แล้วต้องทำอะไรต่อ ดูรายละเอียดยาและบริการได้ที่ หน้ายาและชุดตรวจป้องกัน HIV

คำถามที่พบบ่อย

กิน TLD แล้วดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม

ไม่มีปฏิกิริยาโดยตรงที่รุนแรง แต่แอลกอฮอล์ทำให้ลืมกินยาบ่อยขึ้นและเพิ่มภาระต่อตับ ควรดื่มแต่น้อยและไม่ข้ามยาในวันที่ดื่ม [4]

กิน TLD ร่วมกับยาคุมกำเนิดได้ไหม

ได้ dolutegravir ไม่ลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน ต่างจากยาบางตัวในอดีต เช่น efavirenz ที่ลดระดับยาฝังคุมกำเนิด [4]

ถ้าผลตรวจไม่พบไวรัสแล้ว ลดยาหรือหยุดยาได้ไหม

ไม่ได้ ผลตรวจไม่พบไวรัสแปลว่ายากำลังได้ผล หากหยุด ไวรัสจะกลับมาและอาจดื้อยา [4]

ใช้ TLD เป็น PrEP ได้ไหม

ไม่แนะนำ PrEP แบบกินใช้ยา 2 ตัวตามแนวทาง ยาสูตร 3 ตัวสงวนไว้สำหรับการรักษาและ PEP ระยะสั้น 28 วัน [1],[6]

อยากคุยเรื่องนี้กับแพทย์

หากมีคำถามเฉพาะตัว สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ตามสะดวก ข้อมูลของคุณเป็นความลับ

นัดหมายปรึกษาแพทย์
นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ

ตรวจทานโดย นพ. กฤดา เอื้อกฤดาธิการ, วว. เวชศาสตร์ครอบครัว

ตรวจทานเนื้อหาทางการแพทย์เมื่อ 21 ตุลาคม 2569 · อัปเดตล่าสุด 21 ตุลาคม 2569 · เนื้อหาเรียบเรียงจากแนวทางเวชปฏิบัติและงานวิจัยตามรายการอ้างอิงด้านล่าง ประวัติและคุณวุฒิ

เอกสารอ้างอิง

  1. กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (Thailand National Guidelines on HIV/AIDS Treatment and Prevention 2021/2022)
  2. WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach (2021)
  3. NLM DailyMed. Dolutegravir – เอกสารกำกับยา (prescribing information) ฉบับปัจจุบัน
  4. DHHS (US). Guidelines for the Use of Antiretroviral Agents in Adults and Adolescents with HIV (clinicalinfo.hiv.gov, ปรับปรุงต่อเนื่อง)
  5. Venter WDF, et al. Dolutegravir plus two different prodrugs of tenofovir to treat HIV (ADVANCE). N Engl J Med 2019;381:803-15
  6. Gandhi RT, et al. Antiretroviral Drugs for Treatment and Prevention of HIV in Adults: 2024 Recommendations of the IAS–USA Panel. JAMA 2025;333(7):609-628
  7. Zash R, et al. Neural-tube defects and antiretroviral treatment regimens in Botswana (Tsepamo). N Engl J Med 2019;381:827-40

อ่านต่อ

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลเป็นไปตามแหล่งอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 · สายด่วน สปสช. 1330

นัดหมายปรึกษาแพทย์