- CD4 คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ HIV ทำลาย ค่าในผู้ใหญ่ที่ภูมิคุ้มกันปกติมักอยู่ราว 500–1,500 เซลล์/ลบ.มม. [1],[2]
- ปริมาณไวรัส (viral load) เป็นตัวชี้วัดหลักว่ายาได้ผล WHO แบ่งเป็น ตรวจไม่พบ / กดได้ (≤1,000 copies/mL) / ยังกดไม่ได้ (>1,000) [3]
- โดยทั่วไปตรวจปริมาณไวรัสที่ 6 และ 12 เดือนหลังเริ่มยา แล้วปีละครั้ง เมื่อคุมได้ต่อเนื่อง อาจหยุดตรวจ CD4 เป็นประจำ [4],[5]
CD4 คืออะไร
CD4 หรือ CD4 T-helper cell เป็นเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่เหมือน ‘ผู้ประสานงาน’ ของระบบภูมิคุ้มกัน HIV เข้าไปเพิ่มจำนวนในเซลล์นี้และทำลายมัน เมื่อไม่ได้รับการรักษา CD4 จะลดลงทีละน้อยเป็นเวลาหลายปี และเมื่อต่ำกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสจะสูงขึ้นมาก [1],[4]
ค่า CD4 ใช้ประเมินระดับภูมิคุ้มกัน ตัดสินใจเรื่องยาป้องกันโรคฉวยโอกาส (เช่น WHO แนะนำยา cotrimoxazole เมื่อ CD4 ≤350 เซลล์/ลบ.มม. หรือมีอาการระยะลุกลาม [10]) และบอกว่าภูมิคุ้มกันฟื้นตัวดีเพียงใด แต่ไม่ได้ใช้ตัดสินว่า “ควรเริ่มยาหรือยัง” อีกต่อไป เพราะแนะนำให้ทุกคนเริ่มยาโดยไม่ขึ้นกับค่า CD4 [4],[6]
ปริมาณไวรัส (Viral Load) คืออะไร
ปริมาณไวรัสคือจำนวนสารพันธุกรรมของ HIV ในเลือด หน่วยเป็น copies ต่อมิลลิลิตร (copies/mL) เป้าหมายของการรักษาคือกดให้ต่ำจนตรวจไม่พบ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–6 เดือนหลังเริ่มยา [7] WHO แบ่งผลออกเป็น 3 กลุ่ม [3]
แผนภาพสรุปจาก WHO policy brief 2023 [3]
ค่า ‘ตรวจไม่พบ’ ขึ้นกับความไวของเครื่องตรวจแต่ละแห่ง เช่น ต่ำกว่า 20, 40 หรือ 50 copies/mL ส่วนในบริบทของ U=U แหล่งข้อมูลของสหรัฐฯ ใช้เกณฑ์ต่ำกว่า 200 copies/mL อย่างต่อเนื่อง [7],[3]
ตรวจบ่อยแค่ไหน
- ก่อนเริ่มยา: CD4 และปริมาณไวรัส (ถ้าตรวจได้)
- หลังเริ่มยา: ปริมาณไวรัสที่ประมาณ 6 เดือน 12 เดือน และทุก 12 เดือนเมื่อคุมได้คงที่
- CD4: ตรวจซ้ำตามที่แพทย์กำหนดจนภูมิคุ้มกันฟื้นตัว เมื่อไวรัสถูกกดได้ต่อเนื่อง สามารถหยุดตรวจ CD4 เป็นประจำได้
ความถี่ข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไปของ WHO และแนวทางห้องปฏิบัติการของไทย ปี 2568 แพทย์อาจตรวจถี่ขึ้นในผู้ที่ตั้งครรภ์ เพิ่งเปลี่ยนสูตรยา หรือมีปัญหาการกินยา [4],[5]
อ่านผลอย่างไรไม่ให้กังวลเกินเหตุ
- CD4 ขึ้นลงได้ จากการติดเชื้ออื่น ช่วงเวลาที่เจาะเลือด ยาบางชนิด หรือความแปรปรวนของห้องปฏิบัติการ ให้ดูแนวโน้มมากกว่าค่าครั้งเดียว และอาจดูร้อยละของ CD4 (CD4%) ร่วมด้วย
- Blip คือปริมาณไวรัสสูงขึ้นเล็กน้อยชั่วคราว (มักต่ำกว่า 200 copies/mL) แล้วกลับมาตรวจไม่พบในครั้งถัดไป มักไม่ได้แปลว่ายาล้มเหลว [8]
- ถ้าเกิน 1,000 copies/mL แพทย์จะช่วยทบทวนการกินยา ปฏิกิริยากับยาอื่น แล้วตรวจซ้ำหลังเสริมการกินยาประมาณ 3 เดือน หากยังสูงอาจตรวจเชื้อดื้อยาและปรับสูตร [4],[6]
คำถามที่พบบ่อย
CD4 ต่ำ แปลว่าเป็นเอดส์แล้วใช่ไหม
CD4 ต่ำกว่า 200 เป็นหนึ่งในเกณฑ์ของภาวะเอชไอวีระยะลุกลาม แต่ภูมิคุ้มกันฟื้นได้เมื่อกินยาต่อเนื่อง หลายคน CD4 กลับมาสูงในเวลาไม่กี่ปี [4],[1]
ปริมาณไวรัสตรวจไม่พบแล้ว แต่ CD4 ยังขึ้นช้า ผิดปกติไหม
พบได้ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มยาเมื่อ CD4 ต่ำมาก การที่ไวรัสถูกกดได้คือเป้าหมายหลัก CD4 มักค่อย ๆ ขึ้นต่อไป แพทย์จะพิจารณายาป้องกันโรคฉวยโอกาสตามค่า CD4 เช่น ให้ cotrimoxazole ต่อจนกว่า CD4 จะสูงกว่า 350 ร่วมกับไวรัสถูกกดตามเกณฑ์ WHO [8],[10]
ตรวจ CD4 หรือ Viral load ต้องงดอาหารไหม
ไม่ต้อง แต่ถ้าตรวจไขมันหรือน้ำตาลพร้อมกัน แพทย์อาจขอให้งดอาหารตามชนิดการตรวจนั้น [9]
ใช้ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองติดตามการรักษาได้ไหม
ไม่ได้ ชุดตรวจหาแอนติบอดีจะให้ผลบวกตลอดในผู้มีเชื้อ การติดตามการรักษาต้องใช้การตรวจปริมาณไวรัส [7]
อยากคุยเรื่องนี้กับแพทย์
หากมีคำถามเฉพาะตัว สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ตามสะดวก ข้อมูลของคุณเป็นความลับ
นัดหมายปรึกษาแพทย์เอกสารอ้างอิง
- NIH HIVinfo. The Stages of HIV Infection
- HIV.gov. What Are HIV and AIDS?
- WHO. The role of HIV viral suppression in improving individual health and reducing transmission: policy brief (2023)
- WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach (2021)
- กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการตรวจติดตามการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 (National Guideline on HIV, Syphilis, HBV and HCV Testing 2025)
- กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (Thailand National Guidelines on HIV/AIDS Treatment and Prevention 2021/2022)
- HIV.gov. Viral Suppression and an Undetectable Viral Load
- DHHS (US). Guidelines for the Use of Antiretroviral Agents in Adults and Adolescents with HIV (clinicalinfo.hiv.gov, ปรับปรุงต่อเนื่อง)
- HIV.gov. HIV Testing Overview
- WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring (2021) – Table 6.2: Criteria for initiating and discontinuing co-trimoxazole prophylaxis
อ่านต่อ
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลเป็นไปตามแหล่งอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 · สายด่วน สปสช. 1330




