- TLD = tenofovir disoproxil fumarate (TDF) 300 มก. + lamivudine (3TC) 300 มก. + dolutegravir (DTG) 50 มก. ในเม็ดเดียว กินวันละ 1 ครั้ง พร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ [1],[2]
- ยาลดกรด แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินรวม ลดการดูดซึม dolutegravir ต้องเว้นระยะตามคำแนะนำ [3],[4]
- ผลข้างเคียงช่วงแรกมักไม่รุนแรงและดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ ระยะยาวติดตามการทำงานของไตและน้ำหนักตัว [5],[4]
- ยาสูตร 3 ตัว เช่น TLD ใช้รักษา HIV และใช้เป็นยา PEP หลังสัมผัสเชื้อได้ แต่ไม่ใช่ยา PrEP [1],[2]
ยาต้านไวรัสมีกี่กลุ่ม
ยาต้านไวรัสแบ่งตามตำแหน่งที่ยับยั้งวงจรชีวิตของ HIV กลุ่มที่ใช้บ่อย ได้แก่ [4],[6]
| กลุ่มยา | หลักการทำงาน | ตัวอย่าง (ชื่อสามัญ) |
|---|---|---|
| NRTI (nucleoside/nucleotide reverse transcriptase inhibitor) | ขัดขวางการสร้างสารพันธุกรรมของไวรัส | tenofovir (TDF/TAF), lamivudine, emtricitabine |
| INSTI (integrase strand transfer inhibitor) | ป้องกันไม่ให้ไวรัสแทรกสารพันธุกรรมเข้าเซลล์ | dolutegravir, bictegravir, cabotegravir |
| NNRTI (non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor) | จับเอนไซม์ reverse transcriptase โดยตรง | efavirenz, rilpivirine |
| PI (protease inhibitor) | ทำให้ไวรัสประกอบตัวใหม่ไม่สมบูรณ์ | darunavir, atazanavir (มักใช้ร่วมกับ ritonavir) |
| Capsid inhibitor | รบกวนเปลือกหุ้มของไวรัส | lenacapavir (ใช้ในบางกรณี เช่น เชื้อดื้อยาหลายขนาน) |
TLD คืออะไร ทำไมเป็นสูตรแรก
TLD ย่อมาจากชื่อยาทั้ง 3 ตัว คือ tenofovir disoproxil fumarate, lamivudine และ dolutegravir เป็นยาเม็ดรวมกินวันละครั้ง WHO แนะนำสูตรที่มี dolutegravir เป็นสูตรแรกที่ต้องการ (preferred first-line) และแนวทางของประเทศไทยใช้ TLD เป็นสูตรหลักสำหรับผู้ใหญ่และวัยรุ่นส่วนใหญ่ [2],[1] จุดเด่นคือกดไวรัสได้เร็ว ไวรัสดื้อยายาก กินง่าย และใช้ได้ในผู้ที่ตั้งครรภ์ [2],[7]
ผู้ที่มีปัญหาไตหรือกระดูก แพทย์อาจเลือกสูตรที่ใช้ tenofovir alafenamide (TAF) แทน TDF หรือสูตรอื่นตามผลตรวจ ประวัติยา และยาที่กินร่วม [6],[4]
วิธีกินให้ได้ผล
- กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดิมทุกวัน เลือกเวลาที่ผูกกับกิจวัตร เช่น หลังแปรงฟันก่อนนอน และตั้งปลุกในโทรศัพท์
- กินพร้อมอาหารหรือตอนท้องว่างก็ได้ ไม่ต้องงดอาหาร
- พกยาสำรองติดตัวเมื่อเดินทาง และขอรับยาต่อเนื่องก่อนยาหมด
- อย่าหยุดยาเองแม้ผลตรวจไม่พบไวรัสแล้ว
ยาและแร่ธาตุที่ต้องเว้นระยะ: ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือแมกนีเซียม ยาระบาย แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินรวม จับกับ dolutegravir ทำให้ดูดซึมลดลง โดยทั่วไปให้กิน TLD ก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลัง 6 ชั่วโมง (แคลเซียมหรือเหล็กอาจกินพร้อมกันได้ถ้ากินพร้อมอาหาร) ควรถามเภสัชกรเป็นรายกรณี [3],[4]
ยาที่มีปฏิกิริยาสำคัญ: ยารักษาวัณโรค rifampicin ทำให้ต้องเพิ่ม dolutegravir อีก 1 เม็ดห่างกัน 12 ชั่วโมง ยาเบาหวาน metformin อาจต้องปรับขนาด ยากันชักบางชนิดและสมุนไพร St John's wort ลดระดับยา ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งที่ได้รับยาใหม่ [1],[3]
ลืมกินยาทำอย่างไร
กินทันทีที่นึกได้ แล้วกินมื้อถัดไปตามเวลาปกติ แต่ถ้านึกได้เมื่อใกล้เวลามื้อถัดไปแล้ว (เอกสารกำกับยา dolutegravir ระบุไว้ที่น้อยกว่าประมาณ 4 ชั่วโมง) ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป ห้ามกิน 2 เม็ดพร้อมกันเพื่อชดเชย [3] ถ้าลืมบ่อยหรือขาดยาหลายวัน ควรแจ้งแพทย์ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ เพราะทีมดูแลมีหน้าที่ช่วยหาวิธีที่เหมาะกับชีวิตของคุณ
ผลข้างเคียงที่อาจพบ
ช่วงแรก (2–4 สัปดาห์): คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ถ่ายเหลว นอนไม่หลับหรือฝันชัด มักดีขึ้นเอง บางคนเปลี่ยนเวลากินยาเป็นตอนเช้าแล้วนอนหลับดีขึ้น [4]
ระยะยาว: TDF อาจกระทบการทำงานของไตและความหนาแน่นของกระดูกในบางคน จึงตรวจไตและปัสสาวะเป็นระยะ dolutegravir ทำให้ค่า creatinine ในเลือดสูงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ได้ทำลายไตจริง และสูตรที่มี dolutegravir สัมพันธ์กับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในบางคน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ TAF [5],[4]
ควรพบแพทย์ทันทีถ้า: มีผื่นรุนแรงร่วมกับไข้ ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อารมณ์เศร้ามากหรือคิดทำร้ายตนเอง
การตั้งครรภ์: ข้อกังวลเดิมเรื่องความผิดปกติของท่อประสาทในทารกจากการศึกษา Tsepamo ลดลงเมื่อติดตามข้อมูลมากขึ้น ความเสี่ยงต่ำมาก WHO จึงแนะนำ dolutegravir สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ด้วย [7],[2]
ยาสูตร 3 ตัวต่างจากยา PrEP และ PEP อย่างไร
ยาเม็ดรวม 3 ตัวที่มี dolutegravir เช่น TLD (tenofovir disoproxil fumarate + lamivudine + dolutegravir) หรือ tenofovir alafenamide + emtricitabine + dolutegravir เป็นสูตรที่ใช้ รักษา HIV และใช้เป็น PEP (post-exposure prophylaxis: ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ) โดยต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงและกินต่อเนื่อง 28 วัน [1],[2]
ส่วน PrEP (pre-exposure prophylaxis: ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) แบบกิน ใช้ยา 2 ตัว คือ tenofovir disoproxil fumarate ร่วมกับ emtricitabine หรือ lamivudine หรือ tenofovir alafenamide ร่วมกับ emtricitabine ในบางกลุ่ม ไม่ใช้ยาสูตร 3 ตัวเป็น PrEP [1],[6] อ่านเพิ่ม: PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร และ เริ่ม PEP แล้วต้องทำอะไรต่อ ดูรายละเอียดยาและบริการได้ที่ หน้ายาและชุดตรวจป้องกัน HIV
คำถามที่พบบ่อย
กิน TLD แล้วดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม
ไม่มีปฏิกิริยาโดยตรงที่รุนแรง แต่แอลกอฮอล์ทำให้ลืมกินยาบ่อยขึ้นและเพิ่มภาระต่อตับ ควรดื่มแต่น้อยและไม่ข้ามยาในวันที่ดื่ม [4]
กิน TLD ร่วมกับยาคุมกำเนิดได้ไหม
ได้ dolutegravir ไม่ลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน ต่างจากยาบางตัวในอดีต เช่น efavirenz ที่ลดระดับยาฝังคุมกำเนิด [4]
ถ้าผลตรวจไม่พบไวรัสแล้ว ลดยาหรือหยุดยาได้ไหม
ไม่ได้ ผลตรวจไม่พบไวรัสแปลว่ายากำลังได้ผล หากหยุด ไวรัสจะกลับมาและอาจดื้อยา [4]
ใช้ TLD เป็น PrEP ได้ไหม
ไม่แนะนำ PrEP แบบกินใช้ยา 2 ตัวตามแนวทาง ยาสูตร 3 ตัวสงวนไว้สำหรับการรักษาและ PEP ระยะสั้น 28 วัน [1],[6]
อยากคุยเรื่องนี้กับแพทย์
หากมีคำถามเฉพาะตัว สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ตามสะดวก ข้อมูลของคุณเป็นความลับ
นัดหมายปรึกษาแพทย์เอกสารอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (Thailand National Guidelines on HIV/AIDS Treatment and Prevention 2021/2022)
- WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach (2021)
- NLM DailyMed. Dolutegravir – เอกสารกำกับยา (prescribing information) ฉบับปัจจุบัน
- DHHS (US). Guidelines for the Use of Antiretroviral Agents in Adults and Adolescents with HIV (clinicalinfo.hiv.gov, ปรับปรุงต่อเนื่อง)
- Venter WDF, et al. Dolutegravir plus two different prodrugs of tenofovir to treat HIV (ADVANCE). N Engl J Med 2019;381:803-15
- Gandhi RT, et al. Antiretroviral Drugs for Treatment and Prevention of HIV in Adults: 2024 Recommendations of the IAS–USA Panel. JAMA 2025;333(7):609-628
- Zash R, et al. Neural-tube defects and antiretroviral treatment regimens in Botswana (Tsepamo). N Engl J Med 2019;381:827-40
อ่านต่อ
- PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร
- เริ่ม PEP แล้วต้องทำอะไรต่อ
- หลังมีความเสี่ยง HIV ควรทำอะไร: 72 ชั่วโมงแรก
- ยาและชุดตรวจป้องกัน HIV (ข้อมูลผลิตภัณฑ์และค่าบริการ)
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลเป็นไปตามแหล่งอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 · สายด่วน สปสช. 1330




