- การติดเชื้อฉวยโอกาส (OI: opportunistic infection) คือการติดเชื้อที่รุนแรงหรือพบบ่อยขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะเมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 [1],[2]
- วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็วและกินต่อเนื่อง [3]
- เมื่อ CD4 ≤350 เซลล์/ลบ.มม. หรือมีอาการระยะรุนแรง/ระยะลุกลาม แพทย์จะให้ยาป้องกัน cotrimoxazole ตามเกณฑ์ WHO และคัดกรองวัณโรคกับเชื้อราคริปโตคอกคัส [5],[3]
- ไข้นาน ไอเกิน 2 สัปดาห์ ปวดศีรษะรุนแรง หอบ ตามัว หรือน้ำหนักลด ควรรีบพบแพทย์ [3]
OI คืออะไร
คำว่า ‘ฉวยโอกาส’ หมายถึงเชื้อที่ปกติไม่ค่อยทำให้คนสุขภาพดีป่วยหนัก แต่ฉวยโอกาสก่อโรคเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอ OI จึงไม่ได้เกิดเฉพาะผู้มีเชื้อ HIV แต่เกิดได้ในผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาเคมีบำบัดด้วย ในผู้มีเชื้อ HIV ที่กินยาต่อเนื่องจน CD4 ฟื้นตัว ความเสี่ยงต่อ OI ลดลงอย่างมาก [1],[2]
OI ที่พบบ่อยในประเทศไทย
| โรค | มักพบเมื่อ CD4 | อาการที่ควรสังเกต |
|---|---|---|
| วัณโรค (TB) | เกิดได้ทุกระดับ CD4 | ไอเรื้อรัง ไข้ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด |
| ปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis (PCP) | <200 | ไอแห้ง เหนื่อยหอบมากขึ้นทีละน้อย ไข้ |
| เชื้อราในช่องปากและหลอดอาหาร (Candida) | <200–350 | ฝ้าขาวในปาก เจ็บเวลากลืน |
| ทาลาโรไมโคซิส (Talaromyces marneffei) พบบ่อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ | <100 | ไข้ ตุ่มผิวหนังที่มีรอยบุ๋มตรงกลาง ซีด ต่อมน้ำเหลืองโต |
| เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราคริปโตคอกคัส | <100 | ปวดศีรษะรุนแรงต่อเนื่อง ไข้ คอแข็ง สับสน |
| ท็อกโซพลาสโมซิสในสมอง | <100 | ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ชัก |
| จอประสาทตาอักเสบจาก CMV | <50 | เห็นจุดลอย ตามัว ลานสายตาแคบลง |
ระดับ CD4 เป็นค่าโดยประมาณจากแนวทาง DHHS และ WHO [2],[3]
ป้องกันได้อย่างไร
- เริ่มยาต้านไวรัสเร็ว: เป็นมาตรการที่ได้ผลที่สุดในการป้องกัน OI ทุกชนิด [3]
- Cotrimoxazole: ป้องกัน PCP ท็อกโซพลาสโมซิส และการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด คลินิกใช้เกณฑ์ของ WHO คือให้ในผู้ใหญ่ (รวมถึงหญิงตั้งครรภ์) ที่มีอาการระยะรุนแรงหรือระยะลุกลาม (WHO ระยะที่ 3 หรือ 4) และ/หรือมี CD4 ≤350 เซลล์/ลบ.มม. และให้ทุกรายที่ป่วยเป็นวัณโรคโดยไม่ขึ้นกับค่า CD4 [5],[6] หยุดยาได้เมื่ออาการคงที่ (กินยาต้านไวรัสอย่างน้อย 1 ปีโดยไม่มีโรคฉวยโอกาสใหม่) ร่วมกับภูมิคุ้มกันฟื้นตัว (CD4 >350) และไวรัสถูกกด โดยแพทย์เป็นผู้พิจารณา [5],[6] (แนวทางประเทศไทย ปี 2564/2565 ใช้เกณฑ์ CD4 <200 [4])
- ยาป้องกันวัณโรค (TPT: tuberculosis preventive treatment): หลังตรวจแล้วว่าไม่มีวัณโรคระยะแสดงอาการ แพทย์อาจให้ isoniazid หรือสูตรระยะสั้นที่มี rifapentine ตามแนวทาง [4],[3]
- คัดกรองแอนติเจนของคริปโตคอกคัส (CrAg): ในผู้ที่ CD4 ต่ำกว่า 100 (และพิจารณาเมื่อต่ำกว่า 200) ถ้าผลบวกโดยยังไม่มีอาการ จะให้ยาต้านเชื้อราล่วงหน้าเพื่อป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ [3],[4]
- วัคซีน: ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส ไวรัสตับอักเสบบี HPV ตามช่วงอายุ และโควิด-19 ส่วนวัคซีนเชื้อเป็น เช่น หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน หรืออีสุกอีใส ควรเลี่ยงเมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 [2]
- สุขอนามัยอาหาร: กินอาหารปรุงสุก ล้างผักผลไม้ และสวมถุงมือเมื่อเก็บมูลแมวในช่วงที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
อาการแย่ลงหลังเริ่มยา (IRIS)
บางคนโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มยาเมื่อ CD4 ต่ำมาก อาจมีไข้หรืออาการของการติดเชื้อเดิมชัดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรก ๆ หลังเริ่มยา เรียกว่า IRIS (immune reconstitution inflammatory syndrome) เป็นสัญญาณว่าภูมิคุ้มกันกำลังฟื้นและตอบสนองต่อเชื้อที่แฝงอยู่ ไม่ควรหยุดยาต้านไวรัสเอง แต่ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษา [2],[3]
คำถามที่พบบ่อย
ถ้า CD4 สูงแล้ว ยังต้องกินยาป้องกัน OI ไหม
สำหรับ cotrimoxazole ตามเกณฑ์ WHO หยุดได้เมื่อกินยาต้านไวรัสจนอาการคงที่ (อย่างน้อย 1 ปี) CD4 สูงกว่า 350 เซลล์/ลบ.มม. และไวรัสถูกกด ส่วนยาป้องกันชนิดอื่นมีเกณฑ์หยุดของแต่ละโรค แพทย์จะเป็นผู้พิจารณา [5],[2]
ผู้มีเชื้อ HIV ต้องตรวจวัณโรคทุกคนไหม
ใช่ ควรคัดกรองวัณโรคเมื่อวินิจฉัยและทุกครั้งที่มาติดตาม หากไม่มีวัณโรคระยะแสดงอาการ แพทย์อาจพิจารณายาป้องกันวัณโรค [3],[4]
แพ้ยา cotrimoxazole ทำอย่างไร
แจ้งแพทย์ทันทีหากมีผื่นหรือไข้ มียาทางเลือกอื่นสำหรับป้องกัน PCP [2]
เลี้ยงแมวหรือสุนัขได้ไหม
ได้ ควรล้างมือหลังสัมผัสสัตว์ และให้ผู้อื่นเก็บมูลแมวหรือสวมถุงมือในช่วงที่ภูมิคุ้มกันต่ำ [2]
อยากคุยเรื่องนี้กับแพทย์
หากมีคำถามเฉพาะตัว สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ตามสะดวก ข้อมูลของคุณเป็นความลับ
นัดหมายปรึกษาแพทย์เอกสารอ้างอิง
- NIH HIVinfo. What is an Opportunistic Infection?
- DHHS (US). Guidelines for the Prevention and Treatment of Opportunistic Infections in Adults and Adolescents with HIV
- WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach (2021)
- กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (Thailand National Guidelines on HIV/AIDS Treatment and Prevention 2021/2022)
- WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring (2021) – Table 6.2: Criteria for initiating and discontinuing co-trimoxazole prophylaxis
- WHO. Guidelines on post-exposure prophylaxis for HIV and the use of co-trimoxazole prophylaxis for HIV-related infections among adults, adolescents and children (2014) – 5.2 Co-trimoxazole prophylaxis for adults
อ่านต่อ
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลเป็นไปตามแหล่งอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 · สายด่วน สปสช. 1330




