ตัวอย่าง (PREVIEW) – ยังไม่เผยแพร่ · noindex
ข้ามไปยังเนื้อหา
Dr. Kris Clinic K+ logoDr. Kris ClinicSurat Thani
หน้าแรก › คลังความรู้ HIV
HIV: การรักษาและการใช้ชีวิต

การติดเชื้อฉวยโอกาส (OI) ในผู้มีเชื้อ HIV: รู้จัก ป้องกัน และสังเกตอาการ

การติดเชื้อฉวยโอกาสเกิดได้เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ แต่ป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ด้วยการเริ่มยาต้านไวรัสเร็ว ยาป้องกันตามค่า CD4 วัคซีน และการสังเกตอาการเตือน

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ ตรวจทานโดย นพ. กฤดา เอื้อกฤดาธิการ, วว. เวชศาสตร์ครอบครัว ตรวจทานเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 อ่าน ~8 นาที
ภาพประกอบ: แพทย์พิจารณาภาพเอกซเรย์ทรวงอก
ภาพประกอบสร้างด้วย AI บุคคลและสถานที่เป็นภาพสมมติ
สรุปสั้น ๆ
  • การติดเชื้อฉวยโอกาส (OI: opportunistic infection) คือการติดเชื้อที่รุนแรงหรือพบบ่อยขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะเมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 [1],[2]
  • วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็วและกินต่อเนื่อง [3]
  • เมื่อ CD4 ≤350 เซลล์/ลบ.มม. หรือมีอาการระยะรุนแรง/ระยะลุกลาม แพทย์จะให้ยาป้องกัน cotrimoxazole ตามเกณฑ์ WHO และคัดกรองวัณโรคกับเชื้อราคริปโตคอกคัส [5],[3]
  • ไข้นาน ไอเกิน 2 สัปดาห์ ปวดศีรษะรุนแรง หอบ ตามัว หรือน้ำหนักลด ควรรีบพบแพทย์ [3]

OI คืออะไร

คำว่า ‘ฉวยโอกาส’ หมายถึงเชื้อที่ปกติไม่ค่อยทำให้คนสุขภาพดีป่วยหนัก แต่ฉวยโอกาสก่อโรคเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอ OI จึงไม่ได้เกิดเฉพาะผู้มีเชื้อ HIV แต่เกิดได้ในผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาเคมีบำบัดด้วย ในผู้มีเชื้อ HIV ที่กินยาต่อเนื่องจน CD4 ฟื้นตัว ความเสี่ยงต่อ OI ลดลงอย่างมาก [1],[2]

OI ที่พบบ่อยในประเทศไทย

โรคมักพบเมื่อ CD4อาการที่ควรสังเกต
วัณโรค (TB)เกิดได้ทุกระดับ CD4ไอเรื้อรัง ไข้ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด
ปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis (PCP)<200ไอแห้ง เหนื่อยหอบมากขึ้นทีละน้อย ไข้
เชื้อราในช่องปากและหลอดอาหาร (Candida)<200–350ฝ้าขาวในปาก เจ็บเวลากลืน
ทาลาโรไมโคซิส (Talaromyces marneffei) พบบ่อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้<100ไข้ ตุ่มผิวหนังที่มีรอยบุ๋มตรงกลาง ซีด ต่อมน้ำเหลืองโต
เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราคริปโตคอกคัส<100ปวดศีรษะรุนแรงต่อเนื่อง ไข้ คอแข็ง สับสน
ท็อกโซพลาสโมซิสในสมอง<100ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ชัก
จอประสาทตาอักเสบจาก CMV<50เห็นจุดลอย ตามัว ลานสายตาแคบลง

ระดับ CD4 เป็นค่าโดยประมาณจากแนวทาง DHHS และ WHO [2],[3]

ป้องกันได้อย่างไร

อาการแย่ลงหลังเริ่มยา (IRIS)

บางคนโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มยาเมื่อ CD4 ต่ำมาก อาจมีไข้หรืออาการของการติดเชื้อเดิมชัดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรก ๆ หลังเริ่มยา เรียกว่า IRIS (immune reconstitution inflammatory syndrome) เป็นสัญญาณว่าภูมิคุ้มกันกำลังฟื้นและตอบสนองต่อเชื้อที่แฝงอยู่ ไม่ควรหยุดยาต้านไวรัสเอง แต่ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษา [2],[3]

ข้อควรระวัง: อาการต่อไปนี้ควรพบแพทย์โดยเร็ว: ไข้เกิน 2 สัปดาห์ ไอเรื้อรัง หอบเหนื่อยมากขึ้น ปวดศีรษะรุนแรงหรือคอแข็ง ตามัวหรือเห็นจุดลอย ถ่ายเหลวเรื้อรัง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ [3],[2]

คำถามที่พบบ่อย

ถ้า CD4 สูงแล้ว ยังต้องกินยาป้องกัน OI ไหม

สำหรับ cotrimoxazole ตามเกณฑ์ WHO หยุดได้เมื่อกินยาต้านไวรัสจนอาการคงที่ (อย่างน้อย 1 ปี) CD4 สูงกว่า 350 เซลล์/ลบ.มม. และไวรัสถูกกด ส่วนยาป้องกันชนิดอื่นมีเกณฑ์หยุดของแต่ละโรค แพทย์จะเป็นผู้พิจารณา [5],[2]

ผู้มีเชื้อ HIV ต้องตรวจวัณโรคทุกคนไหม

ใช่ ควรคัดกรองวัณโรคเมื่อวินิจฉัยและทุกครั้งที่มาติดตาม หากไม่มีวัณโรคระยะแสดงอาการ แพทย์อาจพิจารณายาป้องกันวัณโรค [3],[4]

แพ้ยา cotrimoxazole ทำอย่างไร

แจ้งแพทย์ทันทีหากมีผื่นหรือไข้ มียาทางเลือกอื่นสำหรับป้องกัน PCP [2]

เลี้ยงแมวหรือสุนัขได้ไหม

ได้ ควรล้างมือหลังสัมผัสสัตว์ และให้ผู้อื่นเก็บมูลแมวหรือสวมถุงมือในช่วงที่ภูมิคุ้มกันต่ำ [2]

อยากคุยเรื่องนี้กับแพทย์

หากมีคำถามเฉพาะตัว สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ตามสะดวก ข้อมูลของคุณเป็นความลับ

นัดหมายปรึกษาแพทย์
นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ

ตรวจทานโดย นพ. กฤดา เอื้อกฤดาธิการ, วว. เวชศาสตร์ครอบครัว

ตรวจทานเนื้อหาทางการแพทย์เมื่อ 21 ตุลาคม 2569 · อัปเดตล่าสุด 21 ตุลาคม 2569 · เนื้อหาเรียบเรียงจากแนวทางเวชปฏิบัติและงานวิจัยตามรายการอ้างอิงด้านล่าง ประวัติและคุณวุฒิ

เอกสารอ้างอิง

  1. NIH HIVinfo. What is an Opportunistic Infection?
  2. DHHS (US). Guidelines for the Prevention and Treatment of Opportunistic Infections in Adults and Adolescents with HIV
  3. WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach (2021)
  4. กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (Thailand National Guidelines on HIV/AIDS Treatment and Prevention 2021/2022)
  5. WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring (2021) – Table 6.2: Criteria for initiating and discontinuing co-trimoxazole prophylaxis
  6. WHO. Guidelines on post-exposure prophylaxis for HIV and the use of co-trimoxazole prophylaxis for HIV-related infections among adults, adolescents and children (2014) – 5.2 Co-trimoxazole prophylaxis for adults

อ่านต่อ

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลเป็นไปตามแหล่งอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 · สายด่วน สปสช. 1330

นัดหมายปรึกษาแพทย์