ตัวอย่าง (PREVIEW) – ยังไม่เผยแพร่ · noindex
ข้ามไปยังเนื้อหา
Dr. Kris Clinic K+ logoDr. Kris ClinicSurat Thani
หน้าแรก › คลังความรู้ HIV
HIV: การรักษาและการใช้ชีวิต

มีเชื้อ HIV มีลูกได้ไหม: การวางแผนตั้งครรภ์ การป้องกันการถ่ายทอดสู่ลูก และการดูแลทารก

ผู้มีเชื้อ HIV มีลูกได้อย่างปลอดภัย เมื่อวางแผนร่วมกับแพทย์และกดไวรัสได้ ความเสี่ยงที่ลูกจะติดเชื้อลดลงเหลือต่ำกว่า 1% ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองว่ากำจัดการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ ตรวจทานโดย นพ. กฤดา เอื้อกฤดาธิการ, วว. เวชศาสตร์ครอบครัว ตรวจทานเมื่อ 21 ตุลาคม 2569 อ่าน ~8 นาที
ภาพประกอบ: คู่รักที่ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์นั่งอ่านเอกสารด้วยกันอย่างมีความสุข
ภาพประกอบสร้างด้วย AI บุคคลและสถานที่เป็นภาพสมมติ
สรุปสั้น ๆ
  • หากไม่ได้รับการดูแล ความเสี่ยงที่ลูกติดเชื้อจากแม่อยู่ราว 15–45% แต่เมื่อแม่กินยาต้านไวรัสและกดไวรัสได้ ความเสี่ยงลดลงเหลือต่ำกว่า 1% [1],[2]
  • ไทยได้รับการรับรองจาก WHO ในปี 2016 ว่ากำจัดการถ่ายทอด HIV และซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกได้ เป็นประเทศแรกในเอเชีย [3]
  • คู่ที่ฝ่ายชายมีเชื้อและกดไวรัสได้ต่อเนื่อง สามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้โดยไม่ถ่ายทอด HIV ให้คู่ (U=U) [2],[4]
  • ทารกทุกคนได้ยาต้านไวรัสป้องกันโดยเร็วที่สุดหลังคลอด แนวทางไทยแบ่งตามความเสี่ยง: ความเสี่ยงทั่วไปได้ยา 1 ตัว (zidovudine) 4 สัปดาห์ ความเสี่ยงสูงได้ยา 3 ตัว 4 สัปดาห์ และให้นมผสมแทนนมแม่ ซึ่งกรมอนามัยสนับสนุนฟรีนาน 18 เดือน [11]

วางแผนก่อนตั้งครรภ์

ทางเลือกตามสถานการณ์ของคู่

ฝ่ายชายมีเชื้อ ฝ่ายหญิงไม่มีเชื้อ: หากฝ่ายชายกดไวรัสได้ต่อเนื่อง การมีเพศสัมพันธ์เพื่อตั้งครรภ์ไม่ถ่ายทอด HIV ให้คู่ ฝ่ายหญิงอาจใช้ PrEP ร่วมด้วยเพื่อความมั่นใจ การล้างอสุจิ (sperm washing) ร่วมกับการผสมเทียมหรือเด็กหลอดแก้วยังเป็นทางเลือก แต่ปัจจุบันไม่จำเป็นสำหรับคู่ส่วนใหญ่ และใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ด้านภาวะมีบุตรยาก [2],[9],[4]

ฝ่ายหญิงมีเชื้อ: กินยาต้านไวรัสก่อนและตลอดการตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอด ส่วนคู่ที่ไม่มีเชื้อได้รับการคุ้มครองจากหลัก U=U เมื่อฝ่ายหญิงกดไวรัสได้ [2],[9]

ระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด

หญิงตั้งครรภ์ทุกคนในไทยได้รับการตรวจ HIV ในการฝากครรภ์ หากพบเชื้อจะเริ่มยาต้านไวรัสทันทีโดยไม่ขึ้นกับ CD4 และตรวจปริมาณไวรัสระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงใกล้คลอด [5],[6] เมื่อปริมาณไวรัสใกล้คลอดตรวจไม่พบหรือต่ำมาก การคลอดทางช่องคลอดทำได้ตามปกติ ถ้ายังสูง แพทย์อาจวางแผนผ่าตัดคลอดและให้ยาเพิ่มระหว่างคลอด [9],[6]

ยาป้องกันสำหรับทารก (แบ่งตามความเสี่ยง)

ทารกทุกคนที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อ HIV ควรได้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อ (infant post-exposure prophylaxis) เร็วที่สุดหลังคลอด ดีที่สุดภายใน 1 ชั่วโมง แพทย์จะจัดระดับความเสี่ยงจากผลปริมาณไวรัสของแม่ช่วงใกล้คลอด (แนะนำตรวจที่อายุครรภ์ 32–36 สัปดาห์) และประวัติการกินยา ตามแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ฉบับล่าสุด ปี 2564/2565 [11]

ระดับความเสี่ยงเกณฑ์ (แนวทางไทย)ยาที่ทารกได้รับระยะเวลา
ความเสี่ยงทั่วไป (standard risk)แม่มีปริมาณไวรัสใกล้คลอด <50 copies/mL หรือถ้าไม่มีผล: แม่กินยาสม่ำเสมอและได้ยาต้านไวรัสมานานกว่า 12 สัปดาห์ก่อนคลอดzidovudine (AZT) ชนิดน้ำ 1 ตัว4 สัปดาห์
ความเสี่ยงสูง (high risk)แม่มีปริมาณไวรัสใกล้คลอด >50 copies/mL หรือถ้าไม่มีผล: กินยาไม่สม่ำเสมอ หรือได้ยาน้อยกว่า 12 สัปดาห์ก่อนคลอด รวมถึงแม่ที่ไม่ได้ฝากครรภ์ แม่ที่ติดเชื้อระยะเฉียบพลันช่วงใกล้คลอด หรือทารกได้กินนมแม่ยา 3 ตัว: zidovudine + lamivudine + nevirapine ชนิดน้ำ4 สัปดาห์

สรุปจากแผนภูมิที่ 4.4 และตารางที่ 4.7 ของแนวทางประเทศไทย ปี 2564/2565 [11] ขนาดยาคำนวณตามน้ำหนักทารกโดยแพทย์ ผู้ปกครองไม่ควรปรับหรือหยุดยาเอง

การให้นม: ประเทศไทยแนะนำนมผสม

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าแม่ตรวจไม่พบไวรัส ลูกยังต้องกินยาหลังคลอดไหม

ใช่ แนวทางไทยให้ยาป้องกันแก่ทารกทุกราย ถ้าแม่มีปริมาณไวรัสใกล้คลอดต่ำกว่า 50 copies/mL ทารกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงทั่วไป ได้ zidovudine ตัวเดียวนาน 4 สัปดาห์ [11]

แม่ตรวจไม่พบไวรัสแล้ว ให้นมแม่ได้ไหม

แนวทางประเทศไทยแนะนำให้งดนมแม่และใช้นมผสม ซึ่งสนับสนุนฟรีนาน 18 เดือน เพราะหลัก U=U ไม่ได้ใช้กับการให้นมแม่ WHO เปิดทางเลือกให้นมแม่ในบางบริบท หากสนใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนคลอด [11],[12]

ลูกต้องกินยาป้องกันนานแค่ไหน

ตามแนวทางไทย 4 สัปดาห์ทั้งกลุ่มความเสี่ยงทั่วไป (ยา 1 ตัว) และความเสี่ยงสูง (ยา 3 ตัว) ส่วน WHO 2025 แนะนำ 6 สัปดาห์ และให้ยาต่อนานกว่านั้นในทารกความเสี่ยงสูงที่กินนมแม่ ควรให้ยาครบตามที่แพทย์สั่ง [11],[12]

ผู้มีเชื้อ HIV ผ่าตัดคลอดทุกคนไหม

ไม่จำเป็น หากปริมาณไวรัสใกล้คลอดตรวจไม่พบหรือต่ำมาก คลอดทางช่องคลอดได้ แพทย์จะพิจารณาตามผลตรวจ [9]

ทำ IVF หรือฝากไข่ได้ไหม

ได้ ผู้มีเชื้อ HIV เข้าถึงบริการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ได้เช่นเดียวกับคนทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ทั้งสองสาขาร่วมกัน [9]

อยากคุยเรื่องนี้กับแพทย์

หากมีคำถามเฉพาะตัว สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ตามสะดวก ข้อมูลของคุณเป็นความลับ

นัดหมายปรึกษาแพทย์
นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ

ตรวจทานโดย นพ. กฤดา เอื้อกฤดาธิการ, วว. เวชศาสตร์ครอบครัว

ตรวจทานเนื้อหาทางการแพทย์เมื่อ 21 ตุลาคม 2569 · อัปเดตล่าสุด 21 ตุลาคม 2569 · เนื้อหาเรียบเรียงจากแนวทางเวชปฏิบัติและงานวิจัยตามรายการอ้างอิงด้านล่าง ประวัติและคุณวุฒิ

เอกสารอ้างอิง

  1. WHO. HIV and AIDS – Fact sheet
  2. WHO. The role of HIV viral suppression in improving individual health and reducing transmission: policy brief (2023)
  3. WHO SEARO. Thailand is first country in Asia to eliminate mother-to-child transmission of HIV and syphilis (7 June 2016)
  4. Rodger AJ, et al. Risk of HIV transmission through condomless sex in serodifferent gay couples with the HIV-positive partner taking suppressive ART (PARTNER2). Lancet 2019;393:2428-38
  5. กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (Thailand National Guidelines on HIV/AIDS Treatment and Prevention 2021/2022)
  6. Lolekha R, et al. Thai national guidelines for the prevention of mother-to-child transmission of HIV 2017. Asian Biomedicine (2017)
  7. WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach (2021)
  8. Zash R, et al. Neural-tube defects and antiretroviral treatment regimens in Botswana (Tsepamo). N Engl J Med 2019;381:827-40
  9. DHHS (US). Recommendations for the Use of Antiretroviral Drugs During Pregnancy and Interventions to Reduce Perinatal HIV Transmission
  10. กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการตรวจติดตามการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 (National Guideline on HIV, Syphilis, HBV and HCV Testing 2025)
  11. กรมควบคุมโรค และสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (ฉบับล่าสุด) – บทที่ 3 การดูแลทารกที่คลอดจากแม่ที่มีเชื้อ และบทที่ 4 การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก (แผนภูมิที่ 4.4, ตารางที่ 4.7–4.8) ฉบับ PDF
  12. WHO. WHO updated recommendations on HIV clinical management: recommendations for a public health approach (2025) – บทที่ 4 การจัดการการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก (ยาป้องกันในทารก) และคำแนะนำยาฉีด CAB/RPV
  13. WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring (2021) – Table 6.2: Criteria for initiating and discontinuing co-trimoxazole prophylaxis

อ่านต่อ

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลเป็นไปตามแหล่งอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 · สายด่วน สปสช. 1330

นัดหมายปรึกษาแพทย์