- HIV อยู่ในเลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นก่อนหลั่ง สารคัดหลั่งในช่องคลอดและทวารหนัก และน้ำนมแม่ [1],[2]
- ช่องทางหลักคือเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือช่องคลอดโดยไม่ได้ป้องกัน การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดร่วมกัน และจากแม่สู่ลูก [1],[3]
- การกอด จูบ ใช้ห้องน้ำ กินอาหารร่วมกัน น้ำลาย เหงื่อ น้ำตา และยุงกัด ไม่ทำให้ติด HIV [2],[4]
- ผู้มีเชื้อที่กินยาจนตรวจไม่พบไวรัสต่อเนื่อง ไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (U=U) [5],[6]
เงื่อนไขที่ทำให้ติดเชื้อได้
การติดเชื้อเกิดเมื่อของเหลวที่มีไวรัสในปริมาณมากพอสัมผัสกับเยื่อบุ (เช่น ทวารหนัก ช่องคลอด ปลายองคชาต) เนื้อเยื่อที่มีแผล หรือเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ของเหลวที่มีไวรัสได้แก่ เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นก่อนหลั่ง สารคัดหลั่งในช่องคลอดและทวารหนัก และน้ำนมแม่ [1],[2]
ช่องทางที่ติดต่อได้
- เพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ได้ป้องกัน (ความเสี่ยงต่อครั้งสูงที่สุดในการมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะฝ่ายรับ)
- เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดโดยไม่ได้ป้องกัน
- ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกัน
- จากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ คลอด หรือให้นม หากไม่ได้รับการดูแล
- เข็มตำจากการทำงาน (ความเสี่ยงต่ำ ประมาณ 0.2–0.3% ต่อครั้ง)
- กอด จับมือ จูบแบบทั่วไป
- กินอาหาร ใช้จาน แก้วน้ำ ช้อนร่วมกัน
- ใช้ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ ฟิตเนสร่วมกัน
- น้ำลาย เหงื่อ น้ำตา การไอจาม
- ยุงหรือแมลงกัด
ข้อมูลความเสี่ยงต่อครั้งมาจากการทบทวนอย่างเป็นระบบ ซึ่งพบว่าความเสี่ยงสูงสุดในการมีเพศสัมพันธ์คือฝ่ายรับทางทวารหนัก และการมีเพศสัมพันธ์ทางปากมีความเสี่ยงต่ำมาก [7],[1] การรับเลือดในประเทศไทยปัจจุบันปลอดภัยสูงเพราะเลือดทุกยูนิตผ่านการตรวจคัดกรองเชื้อ
ปัจจัยที่เพิ่มหรือลดความเสี่ยง
เพิ่มความเสี่ยง: คู่มีปริมาณไวรัสสูง (เช่น ระยะติดเชื้อเฉียบพลันหรือยังไม่ได้รักษา) มีแผลหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วม เช่น ซิฟิลิส หรือเริม และการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำให้เยื่อบุบาดเจ็บ [3],[1]
ลดความเสี่ยง: ถุงยางอนามัยร่วมกับสารหล่อลื่นชนิดน้ำ ยา PrEP ยา PEP ภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ และการที่คู่ซึ่งมีเชื้อกินยาจนตรวจไม่พบไวรัส (U=U) [8],[5],[6] ความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้ขึ้นกับว่าใครเป็นใคร แต่ขึ้นกับพฤติกรรมและการป้องกันในแต่ละครั้ง
ถ้าเพิ่งมีความเสี่ยง
หากเพิ่งมีความเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง ควรรีบปรึกษาเรื่องยา PEP ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้ผล ดูขั้นตอนที่ หลังมีความเสี่ยง HIV ควรทำอะไร: คู่มือ 72 ชั่วโมงแรก และวางแผนตรวจตามระยะของการตรวจแต่ละชนิดที่ ตรวจ HIV: Window period
คำถามที่พบบ่อย
มีเพศสัมพันธ์ทางปากติด HIV ได้ไหม
ความเสี่ยงต่ำมาก แต่ไม่ใช่ศูนย์ โดยเฉพาะถ้ามีแผลในปาก เลือดออกตามไรฟัน หรือหลั่งในปาก การใช้ถุงยางหรือแผ่นยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยง HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น [1],[7]
จูบกับผู้มีเชื้อ HIV ติดไหม
ไม่ติด น้ำลายไม่ทำให้ติด HIV [2]
ยุงกัดคนมีเชื้อแล้วมากัดเรา จะติดไหม
ไม่ติด HIV ไม่เพิ่มจำนวนในยุงและไม่ถ่ายทอดผ่านการกัดของแมลง [2],[4]
สักหรือเจาะร่างกายเสี่ยงไหม
ความเสี่ยงต่ำมากหากร้านใช้เข็มและอุปกรณ์ใหม่หรือฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง ควรหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันโดยไม่ได้ฆ่าเชื้อ [1]
อยากคุยเรื่องนี้กับแพทย์
หากมีคำถามเฉพาะตัว สามารถนัดปรึกษาแพทย์ได้ตามสะดวก ข้อมูลของคุณเป็นความลับ
นัดหมายปรึกษาแพทย์เอกสารอ้างอิง
- CDC. How HIV Spreads
- HIV.gov. How Is HIV Transmitted?
- WHO. HIV and AIDS – Fact sheet
- NIH HIVinfo. Understanding How HIV is Transmitted
- WHO. The role of HIV viral suppression in improving individual health and reducing transmission: policy brief (2023)
- Rodger AJ, et al. Risk of HIV transmission through condomless sex in serodifferent gay couples with the HIV-positive partner taking suppressive ART (PARTNER2). Lancet 2019;393:2428-38
- Patel P, et al. Estimating per-act HIV transmission risk: a systematic review. AIDS 2014;28:1509-19
- WHO. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach (2021)
อ่านต่อ
- PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร
- หลังมีความเสี่ยง HIV: คู่มือ 72 ชั่วโมงแรก
- ความยินยอมและเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลเป็นไปตามแหล่งอ้างอิง ณ วันที่อัปเดต สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 · สายด่วน สปสช. 1330




